พาทริค ชิค : กองหน้าฟอร์มธรรมดาแต่เปลี่ยนร่างปีศาจยามสวมเสื้อทีมชาติเช็ก


พาทริค ชิค : กองหน้าฟอร์มธรรมดาแต่เปลี่ยนร่างปีศาจยามสวมเสื้อทีมชาติเช็ก

หากจะหาชื่อนักบอลสักคนที่แจ้งเกิดจากยูโร 2020 ย่อมหนีไม่พ้น พาทริค ชิค กองหน้าจากสาธารณรัฐเช็ก หลังจากซัดประตูสุดสวยระยะเกือบ 50 หลา ในเกมที่พบกับสกอตแลนด์

ประตูนี้ถือเป็นการแจ้งเกิดในเวทีโลกอย่างแท้จริงของกองหน้ารายนี้ เพราะก่อนหน้านี้เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลของเขาลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตลอดไม่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวสักที ทั้งที่ผ่านการค้าแข้งกับสโมสรชื่อดังมาแล้วมากมาย

นี่คือเรื่องราวของกองหน้าที่ใคร ๆ ก็พูดถึงในยูโร 2020 กับผลงานที่ไม่ได้โดดเด่นกับระดับสโมสร แต่พอสวมเสื้อทีมชาติ เขาพร้อมจะเปลี่ยนตัวเองเป็นปีศาจล่าตาข่ายที่กองหลังทุกทีมจะประมาทไม่ได้

เด็กระเบิดจากเช็ก

ชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของ พาทริค ชิค เริ่มต้นอย่างเป็นทางการตอนอายุได้ 11 ปี หลังจากแมวมองของ สปาร์ตา ปราก สโมสรชั้นนำในประเทศสาธารณรัฐเช็ก เห็นแววอัจฉริยะลูกหนังจากเด็กหนุ่มท้องถิ่น จนต้องรีบเซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทีม 

นับแต่นั้น พาทริค ชิค กลายเป็นเหมือนไข่ในหินของ สปาร์ตา ปราก เขาถูกฟูมฟักวิชาลูกหนังมาเป็นอย่างดี และก้าวไปติดทีมชาติเช็ก ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี


Photo : sport.aktualne.cz

จนกระทั่งอายุได้ 18 ปี สปาร์ตา ปราก ได้ลองส่งชิคประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ก่อนจะพบว่า เขายังไม่พร้อมกับเกมระดับสูง จึงตัดสินใจส่งเขาไปให้ โบฮีเมียนส์ 1905 ทีมคู่แข่งร่วมลีกยืมตัว ซึ่งกลายมาเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของสโมสร

 

พาทริค ชิค ภายใต้ต้นสังกัดชั่วคราว ระเบิดผลงาน 8 ประตู จาก 27 นัด ในลีกสูงสุดของเช็ก ถึงจะไม่ได้เป็นผลงานระดับปรากฏการณ์ แต่ด้วยวัยไม่ถึง 20 ปี กับฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น ก็ไปเข้าตาทีมชาติเช็ก และถูกเรียกติดธงครั้งแรกในปี 2016

ชื่อเสียงของชิค เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วยุโรป สุดท้าย ซามพ์โดเรีย สโมสรจากกัลโช่ เซเรีย อา ของอิตาลี กลายเป็นเสือปืนไว เข้ามาฉีกสัญญากองหน้ารายนี้ ด้วยราคา 4 ล้านยูโร 

ชิคไม่ทำให้แฟน ๆ ลา ซามพ์ ผิดหวัง เขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2016-17 เพียง 14 นัด แต่ระเบิดประตูไปได้ถึง 11 ลูก มีค่าเฉลี่ยยิงประตู 1 ลูก ต่อ 137 นาที หรือประมาณ 2 ลูก ต่อ 3 นัด เรียกได้ว่า เป็นสถิติระดับกองหน้าหัวแถวเลยทีเดียว

ไม่ใช่เรื่องแปลกหากหลังจากจบฤดูกาลนั้น สโมสรยักษ์ใหญ่ อย่าง ยูเวนตุส และ โรม่า จะมารุมจีบแข้งรายนี้ไปร่วมทีม ซึ่งชิคก็ออกอาการงอแงอย่างชัดเจน ด้วยการไม่ยอมต่อสัญญากับซามพ์โดเรีย จน ลา ซามพ์ ต้องขายหัวหอกอนาคตไกลรายนี้ ไปอยู่กับโรม่า ด้วยราคา 17 ล้านยูโรแบบรวมโบนัส

 

“นี่คือหนึ่งในนักเตะอนาคตไกลในฟุตบอลระดับโลก” มอนชี ผู้อำนวยการกีฬาของโรม่าในเวลานั้น ประกาศอย่างชัดเจนในงานเปิดตัว

ชีวิตรถไฟเหาะตีลังกา 

ชิค มีผลงานอันเอกอุกับซามพ์โดเรียก็จริง แต่ความเป็นจริงแล้ว ผลงานที่โดดเด่นในช่วงนั้น มาจากการที่มีอาจารย์ดีอย่าง ฟาบิโอ กวายาเรลลา กองหน้าจอมเก๋าชาวอิตาลี ที่เป็นเหมือนพี่เลี้ยง คอยสอนงานให้หัวหอกชาวเช็กเป็นอย่างดี

แต่พอไปอยู่โรม่า ไม่มีใครจะมาสอนงานให้เขาอีกต่อไปแล้ว เพราะสโมสรใหญ่ไม่ได้มีความเป็นครอบครัว ทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อโอกาสในการลงสนาม ในตอนนั้น ชิคต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งในตำแหน่งตัวรุกที่มีฝีเท้าโดดเด่น ทั้ง เอดิน เชโก้, สเตฟาน เอล ชาราวี, เซนกิซ อุนแดร์ และ ดีเอโก้ เปร็อตติ 

 

ทั้ง 4 คนกลายเป็นตัวเลือกในแนวรุกก่อนชิค ซึ่งเป็นครั้งแรกที่หอกอนาคตไกลต้องเผชิญกับการเป็นคนไม่สำคัญ จนความมั่นใจในตัวเองของเขาหดหาย กลายสภาพเป็นดาวยิงจอมหมูหก พลาดโอกาสทำประตูง่าย ๆ ไปหลายต่อหลายครั้ง หรือแม้แต่ในฐานะซูเปอร์ซับ เขาก็ไม่เคยทำงานของตัวเองให้สำเร็จได้เลย

ฤดูกาลที่สองกับโรม่า ชิคได้โอกาสลงสนามมากขึ้น แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม นั่นคือไม่สามารถทำผลงานได้ตามที่ทีมคาดหวัง สรุป 2 ฤดูกาลกับโรม่า ชิคลงสนาม 58 นัด ยิงไปแค่ 8 ประตู ไม่เหลือสภาพกองหน้าอนาคตไกลอีกต่อไป

“ผมไม่เคยมีความสุขกับชีวิตที่โรม่า” พาทริค ชิค กล่าวถึงอดีตต้นสังกัดของเขา ซึ่งกองหน้าชาวเช็กถือคติ คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก ยื่นเรื่องขอย้ายทีม จนถูกปล่อยให้ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรดังของประเทศเยอรมันยืมตัว

ชิคกลับมาเกิดใหม่อย่างเต็มตัว กับทัพกระทิงแดง ด้วยสไตล์ฟุตบอลที่เล่นเกมบุกดุดัน รวดเร็ว ฉับไว และเป็นระบบ ภายใต้การนำของ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ ชุบชีวิตให้ชิคทำผลงานยิง 10 ประตู จากการลงสนาม 22 นัด ในบุนเดสลีกา ทั้งที่เป็นตัวจริงเพียง 15 นัด (เพราะต้องหลีกทางให้ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าตัวหลักของทีม) รวมถึงเป็นกำลังสำคัญพาไลป์ซิก ไปถึงรอบรองชนะเลิศของฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2019-20

“ผมอยากอยู่ที่นี่ต่อไป เรามีฤดูกาลที่ดี ผมเชื่อในทีมนี้ เชื่อในปรัชญาของโค้ช (ยูเลียน นาเกิลส์มันน์) ผมรักฟุตบอลของไลป์ซิก” พาทริค ชิค อ้อนเต็มที่กับความหวังว่าเขาจะได้อยู่กับไลป์ซิกเป็นการถาวร และไม่ต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาอันเลวร้ายกับโรม่าอีกต่อไป

 

ชิคได้อยู่ที่เยอรมันต่อตามที่หวัง ไม่ต้องกลับไปที่โรม่าอีก แต่ต้นสังกัดของเขาไม่ใช่ แอร์เบ ไลป์ซิก เพราะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ยื่นข้อเสนอ 26.5 ล้านยูโร ดึงตัวเขาไปร่วมทีม

ถึงจะเปลี่ยนสโมสร แต่สิ่งหนึ่งที่ชิคต้องเผชิญไม่ต่างจากเดิมคือ เขาไม่ใช่กองหน้าเบอร์ 1 ของทีม แม้จะถูกซื้อตัวมาด้วยราคาแพง ชิคยังต้องเป็นตัวเลือกหลังกองหน้าตัวหลักของทีมอย่าง ลูคัส อลาริโอ ที่เข้ากับระบบการเล่นของเลเวอร์คูเซ่นมากกว่า

แม้ว่าชิคจะทำไปได้ 9 ประตูในบุนเดสลีกา แต่จากการลงสนาม 29 นัด (ตัวจริง 19 ตัวสำรอง 10) ก็ถือเป็นผลงานที่ตกลงอย่างชัดเจน 

 

บวกกับผลงานของเลเวอร์คูเซ่นที่จบฤดูกาลด้วยอันดับ 6 ของตาราง ทำให้ชิคไม่รอดที่จะถูกวิจารณ์ว่าดีไม่พอ กับการแบกทีมห้างขายยาให้ประสบความสำเร็จ 

โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับหัวหอกของทีมคู่แข่งในลีก ทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (บาเยิร์น มิวนิค), เออร์ลิง ฮาลันด์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), อังเดร ซิลวา (ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต), วูท เวกฮอร์สต์ (โวลฟส์บวร์ก) ที่มีผลงานดีกว่าชิคอย่างชัดเจน

จากกองหน้าอนาคตไกล ปัจจุบัน พาทริค ชิค เป็นได้เพียงนักเตะพื้น ๆ ของบุนเดสลีกา เงินค่าตัว 26.5 ล้านยูโร ที่
เลเวอร์คูเซ่นจ่ายไป ได้กลายเป็นหนึ่งในดีลที่น่าผิดหวังของบุนเดสลีกาฤดูกาลที่ผ่านมา

เดอะแบกแห่งทีมชาติเช็ก

ถึงชีวิตจะลุ่ม ๆ ดอน ๆ กับการเป็นนักบอลระดับสโมสร แต่กับระดับทีมชาติ พาทริค ชิค คือผู้เล่นที่สาธารณรัฐเช็กขาดไม่ได้ หากแข้งรายนี้ไม่มีอาการบาดเจ็บ เป็นอันต้องพาติดทีมไปลุยทุกศึก

นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ชิคลงสนามให้ทีมชาติไป 22 นัด ทำไป 12 ประตู ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่เลว กับทีมจากชาติขนาดเล็กที่ไม่ได้เป็นมหาอำนาจลูกหนัง 

ปัจจุบัน ชิคก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าที่ยิงประตูมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของทีมชาติเช็ก ด้วยจำนวน 13 ประตู และมีสถิติการทำประตูต่อเกมอยู่ที่ 0.48 ดีกว่ากองหน้าระดับตำนานหลายคน ทั้ง พาทริก แบร์เกอร์ และ มิลาน บารอส 

เหตุผลที่ทำให้ชิคร้อนแรงดั่งไฟเออร์ กับทีมชาติเช็ก มีเหตุผลง่าย ๆ อยู่เหตุผลเดียว นั่นคือ เขาได้รับการปฏิบัติในฐานะคนสำคัญของทีม และเป็นผู้เล่นที่เป็นเหมือนผู้นำที่จะพาเช็กไปสู่ความสำเร็จ

ชีวิตการค้าแข้งของชิค ไม่ว่าจะอยู่กับโรม่า, แอร์เบ ไลป์ซิก หรือ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เขาก็ไม่เคยเป็นผู้เล่นระดับคีย์เพลย์เยอร์ หรือคนสำคัญที่จำเป็นกับทีมได้เลย เอาแค่เป็นกองหน้าอันดับ 1 ของทีม เขาก็ไม่เคยเป็น แม้กระทั่งตอนอยู่ซามพ์โดเรีย เขาก็ยังเป็นรอง ฟาบิโอ กวายาเรลลา

เมื่อไม่ได้เป็นคนสำคัญ และแทคติกฟุตบอลของแต่ละทีมก็ไม่ค่อยเอื้อกับตัวเขาเท่าไรนัก จึงเปรียบเสมือนกับเป็นตัวชิคที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับแนวทางการเล่นใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา 

ขณะเดียวกัน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การย้ายทีมบ่อยเกินไปของเขาก็ทำให้เกิดปัญหา เพราะนับตั้งแต่ย้ายออกจาก สปาร์ตา ปราก เขาก็ย้ายทีมเกือบทุกปี แทบไม่ได้มีเวลาเรียนรู้แทคติกของทีมอย่างจริงจัง หรือมีเวลาเพียงพอที่จะพิสูจน์ตัวเอง จนก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ของทีมได้เลย 

กลับกัน กับทีมชาติเช็ก เขาเป็นตัวหลักของทีมมาตั้งแต่ปี 2018 ภายใต้การนำของโค้ช ยาโรสลาฟ ซิลฮาวี่ ทำให้เช็กสามารถออกแบบเกมบุกให้เอื้อกับศักยภาพของชิค และดึงเอาความสามารถของเขาออกมาได้อย่างเต็มที่

ชิคอาจจะขาดความเร็ว และเทคนิคที่ยอดเยี่ยม แต่เขาก็มีบาลานซ์ที่ดี มีความแข็งแกร่งทางร่างกายที่พร้อมจะชนกับกองหลังแบบไม่ไว้หน้า บวกกับเท้าที่หนักหน่วง สามารถเข้าถึงบอลได้บ่อยครั้ง

ทำให้เช็กใช้งานกองหน้ารายนี้ได้แบบไม่ซับซ้อน โดยให้เขายืนปักหลักอยู่ในกรอบเขตโทษ คอยหาพื้นที่พักบอลสร้างเกมรุกให้กับทีม หรือหากโอกาสเป็นใจ เขาก็สามารถหวดบอลเข้าหาประตูได้ทันที ด้วยบาลานซ์ทางร่างกายที่ยอดเยี่ยม

จุดเด่นในข้อนี้ของเขาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน กับประตูแรกที่ทำได้ในศึกยูโร 2020 เหนือทีมชาติสกอตแลนด์ กับการหาช่องในกรอบเขตโทษ และชิงจังหวะขึ้นโหม่ง จนทำให้ทีมชาติเช็กออกนำไปก่อน 1-0 

ขณะที่ประตูที่ 2 ที่หัวหอกรายนี้ซัดยาวเกือบ 50 หลา ก็แสดงให้เห็นถึงทักษะการยิงประตูที่ยอดเยี่ยม ที่มีน้ำหนักรุนแรง แต่ก็แฝงเทคนิคอยู่ภายในได้เป็นอย่างดี

พาทริค ชิค จึงกลายเป็นดาวดังของฟุตบอลยูโร 2020 ไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะความสามารถที่โดดเด่นของเขา ถูกมองเห็นคุณค่าเสมอยามอยู่กับทีมชาติเช็ก และพร้อมจะฉายแสงออกมาให้ทุกคนได้เห็นกันแล้ว ในการแข่งขันรายการนี้

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on reddit
Reddit