โตโน่โมเดล : ทำไมกลยุทธ์การตลาดดึงดารามาค้าแข้งยังใช้ได้อยู่กับลีกไทย


โตโน่โมเดล : ทำไมกลยุทธ์การตลาดดึงดารามาค้าแข้งยังใช้ได้อยู่กับลีกไทย

โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ คือ หนึ่งในผู้เล่นใหม่ของสโมสร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่ถูกส่งลงทะเบียนรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2021 รอบแบ่งกลุ่ม 

ชื่อของเขาอาจไม่ถูกสื่อมวลชนตีข่าวนำเสนอ หรือพูดถึงเลยในโชเซียลมีเดีย หากเขาประกอบอาชีพเป็นนักกีฬาเหมือนดังเพื่อนร่วมทีมคนอื่น 

แต่ผู้คนก็มาให้ความสนใจ เพราะโตโน่เป็นบุคคลที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากถึง 2.3 ล้านผู้ใช้งาน (@mootono29) มีชื่อเสียงมาจากสายงานบันเทิงเป็นนักร้อง-นักแสดง

 


Photo : facebook.com/RBMFCOFFICIAL

อันที่จริงการดึงเอา เซเลบริตี้คนดัง, ศิลปิน, ดารา มาเล่นฟุตบอลกับทีมในลีกไทย ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 2 ทศวรรษก่อน ในยุคสมัยที่ ศรราม เทพพิทักษ์ โด่งดังสุดขีดจากการแสดงภาพยนตร์, ละคร และร้องเพลง

เจ้าของเพลงฮิต “จุ๊บ” ที่เคยถูกทาบทามจาก สโมสรทหารอากาศ ซึ่งเป็นทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังไทยยุคนั้น และได้เซ็นสัญญากับเขาให้มายืนล่าตาข่ายในตำแหน่งศูนย์หน้า 

เช่นเดียวกับ ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ช่วงที่เขามีชื่อเสียงจากการเป็น นักแสดงเจ้าบทบาท “พี่แท่ง” ก็ได้มีโอกาสแวะเวียนมาเล่นฟุตบอลลีกกับหลายทีม อาทิ สโมสรธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ, บีอีซี เทโรศาสน, สมุทรปราการ เอฟซี, ระยอง เอฟซี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กระแสตอบรับจากคอลูกหนังยุคใหม่ กลับไม่ได้รู้สึกอินกับดีลของ “โตโน่” สักเท่าไร? หลายคอมเมนต์จับไต๋ได้ว่า ทั้งหมดเป็นไปด้วยเหตุผลด้านการตลาดมากกว่าฟุตบอล

 

กลยุทธ์การดึง “ดารา” เข้ามาร่วมทีมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่ฟุตบอลไทยก้าวสู่การเป็นลีกอาชีพเต็มตัวแล้ว จึงถูกมองว่าล้าหลัง 


Photo : facebook.com/RBMFCOFFICIAL

ต่างจากสมัยที่ หนุ่ม-ศรราม ลงเล่นให้ ทีมทหารอากาศ และ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ ค้าแข้งกับ บีอีซี เทโรศาสน ที่คนดูฟุตบอลพอเข้าใจได้ว่า ถ้าสองนักแสดงถูกส่งลงสนาม พวกเขาจะช่วยดึงดูดความสนใจให้คนภายนอกเข้ามาติดตามดูบอลไทยมากกว่าเดิม

แล้วเหตุใด ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ถึงงัดเอาไม้นี้ที่คนดูเกมลูกหนังส่ายหน้าและไม่ค่อยอินออกมาใช้? ในช่วงเวลาที่สโมสรกำลังจะเข้าร่วมการแข่งขัน ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย (เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีม 

ประการแรก คงต้องเล่าปูมหลังตัวสโมสร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ก่อน เดิมทีทีมแห่งนี้ มีภาพลักษณ์ผูกติดกับความเป็นสโมสรตัวแทนจังหวัด พวกเขาไต่เต้าขึ้นมาจากลีกล่างสุด นั่นคือ ดิวิชั่น 2 เดิม (ไทยลีก 3 ในปัจจุบัน) ก่อนก้าวกระโดดขึ้นสู่ลีกบนสุดแบบต่อเนื่อง 3 ปี 3 ลีก (ในฤดูกาล 2011-2013)

 


Photo : facebook.com/RBMFCOFFICIAL

กลยุทธ์หนึ่งที่ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ใช้จนประสบความสำเร็จทั้งในสนามและนอกสนาม คือการเซ็นสัญญาคว้าตัวนักฟุตบอลที่มีภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดราชบุรีที่อาจกระจายตัวอยู่ในสโมสรอื่น ๆ ให้กลับมาค้าแข้งกับทีมบ้านเกิดเมืองนอน  

ไอเดียดึงแข้งสายเลือดคนในจังหวัด เพื่อขับเน้นความเป็น “ท้องถิ่นนิยม” ได้ผลอย่างมาก เพราะคนราชบุรีเข้ามาเชียร์ทีมตัวแทนจังหวัดกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ตั้งแต่สมัยที่ทีมยังเล่นอยู่ในลีกรากหญ้า และเพิ่มความรักต่อสโมสร และสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวนักเตะและทีมของพวกเขา ซึ่งต่อมาแฟน ๆ เหล่านี้ก็กลายมาเป็นฐานกองเชียร์หลักของสโมสรมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อ ราชบุรี ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้สำเร็จ สิ่งที่ตามมาก็คือ “งบประมาณ” ทำทีมที่สูงขึ้น ซึ่ง ราชบุรี ไม่ได้เป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่มีเงินถุงเงินถังอยู่แล้ว 

ดังนั้นการเลือกสรรผู้เล่นเข้าสู่สโมสรจึงเริ่มเปลี่ยนไป พวกเขาหันไปให้น้ำหนักกับการดึงเอานักเตะที่ฝีเท้าดีแต่ไม่ดังมาก บางคนเก่งแต่อยู่ทีมเล็ก หรือเป็นตัวสำรองที่ไม่ค่อยได้รับโอกาส แต่น่าจะเข้ากับระบบของสโมสรราชบุรีได้ เข้ามาสู่ทีม

 

กับอีกส่วนหนึ่ง คือการเฟ้นหาบรรดาดาวรุ่งจากทั้งในและนอกประเทศ ที่ชื่อเสียงยังไม่ได้ดังมาก เพื่อเอามาปลุกปั้นให้เป็นซูเปอร์สตาร์คนต่อไป 

เควิน ดีรมรัมย์, ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์, ฟิลิป โรลเลอร์ คือตัวอย่างของ 3 นักเตะที่ ราชบุรี ไปสเกาท์ตัวมาร่วมทีม และทั้งหมดได้ลงเล่นในไทยลีกกับ ราชบุรี เป็นทีมแรก ก่อนที่ในเวลาต่อมา ทั้ง เควิน, ปวีร์, ฟิลิป สามารถจะพัฒนาตัวเองจนก้าวไปติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้สำเร็จ


Photo : facebook.com/RBMFCOFFICIAL

หากสำรวจดูขุมกำลัง ณ ปัจจุบันของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี จะพบว่า ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้เล่นที่ชื่อเสียงไม่ได้ดังมากนัก บางคนเคยผ่านการค้าแข้งมาแล้วกับหลายสโมสรแต่ก็ยังไม่เคยแจ้งเกิดเสียที แต่พอย้ายมาเล่นที่นี่ก็สามารถยกระดับตัวเองให้กลายเป็นดาวเด่นได้ อาทิ ปฐมชัย เสือสกุล, สันติภาพ ราษฎร์นิยม, เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม

ราชบุรี จึงกลายเป็นแหล่งรวมผู้เล่นเกรดรองและดาวรุ่งที่กำลังรอวันพัฒนา ส่วนผู้เล่นซีเนียร์ในทีม หากไม่นับพวกโควต้าต่างชาติ สโมสรราชบุรี แทบไม่มีซูเปอร์สตาร์ชาวไทย ที่สามารถสร้างอิมแพกต์นอกสนามได้สักเท่าไร

 

ถ้านับนักเตะปัจจุบันที่พอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง ก็คงเป็น จักรพันธ์ พรใส กับ สรรวัชญ์ เดชมิตร แต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะย้ายมาที่นี่ พวกเขาก็ตกเป็นตัวสำรองในทีมใหญ่มาก่อน 

ที่สำคัญในปีนี้ “ราชบุรี มิตรผล เอฟซี” เพิ่งเสียซูเปอร์สตาร์หมายเลข 1 ของทีมอย่าง ฟิลิป โรลเลอร์ ที่ถูกขายไปให้กับ การท่าเรือ เอฟซี ทีมคู่แข่งเงินหนาร่วมลีก 

การขาดหายไปของ โรลเลอร์ ไม่เพียงแต่ส่งผลถึงประสิทธิภาพของเกมในสนามเท่านั้น แต่ยังสะเทือนไปถึงมูลค่าการตลาดนอกสนามของสโมสรอีกด้วย เพราะแบ็กขวาลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ถือเป็นนักเตะที่เป็นหน้าตาและภาพลักษณ์ของทีมไปแล้ว 


Photo : facebook.com/RBMFCOFFICIAL

ลองคิดตามง่าย ๆ สมมติคุณเป็นองค์กรธุรกิจเอกชน ที่มีงบประมาณก้อนหนึ่งเตรียมไว้สำหรับการเป็นสปอนเซอร์สโมสรฟุตบอล ทีมหนึ่งเต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ แข้งดีกรีทีมชาติไทยเพียบ การันตีความสำเร็จมากมาย กับอีกสโมสรที่เป็นทีมรวมดาวรุ่ง ใช้นักเตะเกรดรองโนเนม

 

แน่นอนว่าทีมแรกย่อมดึงดูดผู้สนับสนุนได้ง่ายกว่า เพราะสปอนเซอร์ที่เป็นผู้จ่ายเงินให้สโมสร ย่อมแฮปปี้ที่จะได้เห็นโลโก้สินค้าของพวกเขาบนชุดแข่ง ที่ถูกสวมใส่ด้วยผู้เล่นระดับบิ๊กเนม มากกว่า 

ช่วงเวลาเดียวกันกับที่ ราชบุรี เสีย โรลเลอร์ ไป เป็นจังหวะเดียวกับที่ “โตโน่” ภาคิน ว่างเว้นจากงานบันเทิง เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ระบาด ที่ส่งผลกระทบกับคิวถ่ายละคร และงานคอนเสิร์ตของเหล่าศิลปินดารา

โตโน่ ที่มีเป็นพื้นฐานเป็นคนชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว จึงอาศัยคอนเนคชั่นที่เจ้าตัวรู้จักคุ้นเคยกับ จักรพันธ์ พรใส และสตาฟโค้ชสโมสรราชบุรี ขอเข้ามาฝึกซ้อมด้วย จุดประสงค์แรกคือ ต้องการรักษาสภาพร่างกายสำหรับงานละครในอนาคต 


Photo : facebook.com/RBMFCOFFICIAL

ดาราคนดังเคยให้สัมภาษณ์กับทาง ผู้จัดการออนไลน์ ว่า ภายหลังจากได้ซ้อมกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้สักระยะ ก็ทำให้เขามีแรงบันดาลใจอยากทำอะไรเกี่ยวกับวงการฟุตบอลเหมือนกัน เพราะส่วนตัวมีแพชชั่นกับกีฬาชนิดนี้อยู่แล้ว ไม่ได้หวังเรื่องเงินทอง หรือทำเป็นอาชีพเลย ถ้าสมมติได้เซ็นสัญญาจริง ต่อให้ไม่ได้เงินเลยเขาก็ยอม 

ในมุมความต้องการอยากเป็นนักฟุตบอลสักครั้งในชีวิตของ โตโน่ เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ เพราะสำหรับคนที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพตัวเองมาแล้ว พอมาถึงจุดหนึ่ง การมองหาความท้าทายอื่น ๆ นอกเหนือจากความถนัดทางวิชาชีพเดิมก็เป็นเรื่องที่หลายคนปรารถนา 

ยิ่งถ้าเป็นการเซ็นสัญญากับทีมกีฬาอาชีพ โอกาสแบบนี้ก็เป็นอะไรที่ยากจะปฏิเสธ อย่าลืมว่า โตโน่ อายุ 34 ปีแล้ว ถ้าไม่ตอบรับข้อเสนอ ราชบุรี ในวันนี้  อนาคตวันข้างหน้าเขาอาจแก่เกินไป หรือมีภาระงานรัดตัวจนไม่สามารถปลีกเวลามาทำอะไรแบบนี้ได้อีกแล้ว 


Photo : facebook.com/RBMFCOFFICIAL

ขณะเดียวกัน ราชบุรี ก็รู้ดีว่าพวกเขาสามารถตอบสนองความฝันของ โตโน่ ได้ ด้วยการส่งชื่อขึ้นทะเบียนเป็นนักเตะของทีม และในทางกลับกัน โตโน่ ก็สามารถช่วยให้ ราชบุรี มีโอกาสต่อยอดในการทำการตลาดกับแฟนคลับหน้าใหม่ ที่อาจไม่ใช่คนที่ติดตามดูฟุตบอลไทยเป็นประจำ หรือเคยรู้จักสโมสรมาก่อน

เพราะ Positioning ของราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในตอนนี้ พวกเขาไม่ได้วางตำแหน่งเป็นแค่ทีมตัวแทนท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว แต่สโมสรแห่งนี้ กำลังก้าวไปสู่ความเป็นทีมกีฬาอาชีพจริง ๆ ดูได้จากโครงสร้างสโมสรต่าง ๆ จากที่เคยเช่าสนามของภาครัฐ แต่ในตอนนี้ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ได้มีฟุตบอลสเตเดียมเป็นของตัวเองแล้ว 

รวมถึงความพยายามที่ต้องการขยายฐานความนิยมในตัวทีม ไปให้กว้างไกลกว่าแค่เฉพาะกองเชียร์ภายในจังหวัด 

การใส่ชื่อ โตโน่ ลุยฟุตบอลถ้วย ACL 2021 อาจดูเป็นลูกไม้ที่ตื้นเขินสำหรับคอลูกหนัง 

เพราะท้ายที่สุด ร่างกาย, ประสิทธิภาพของนักกีฬาอาชีพจริง ๆ เมื่อเทียบกับคนที่เป็นดารานักแสดงสายออกกำลังกาย ยังไงก็มีความแตกต่างกันอยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมถึงทักษะ เบสิก ความสามารถด้านฟุตบอลที่ โตโน่ คงมีไม่เท่ากับนักเตะคนอื่น ๆ ในทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี และเขาคงไม่สามารถช่วยอะไรในสนามให้กับทีมได้สักเท่าไร 

แต่โตโน่ก็มีสิ่งที่นักเตะคนอื่นให้กับทีมไม่ได้ นั่นคือความเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ด้วยจำนวนผู้ติดตามเป็นจำนวนมากหลักล้านคน 

การเซ็นสัญญากับ โตโน่ ในครั้งนี้ ต่อให้แฟนบอลไม่ได้อินสักเท่าไร แต่สำนักข่าวต่าง ๆ ก็พร้อมจะเกาะติด รายงานความเคลื่อนไหวของ สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี อยู่สม่ำเสมอโดยไม่ต้องร้องขอ

นี่ยังไม่รวมถึงโอกาสที่ สโมสรราชบุรี จะได้ไปโปรโมตประชาสัมพันธ์องค์กร และเข้าถึงแฟนคลับกลุ่มใหม่ ๆ ที่ติดตามและรู้จัก “โตโน่” 


Photo : facebook.com/RBMFCOFFICIAL

ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่เป็นแฟนตัวยงของนักแสดงชื่อดังท่านนี้ ก็คงอยากรู้จัก รวมถึงอาจมีโอกาสที่จะกลายเป็นคนที่สนับสนุนสินค้า และติดตามทีมราชบุรีไปด้วยเช่นกัน 

เหมือนดังเช่น ไผ่ พงศธร นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ที่กลับไปสร้างกระแสให้บ้านเกิด ด้วยการเซ็นสัญญากับ ยโสธร เอฟซี 

แม้ ไผ่ พงศธร จะไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ และเจ้าตัวสามารถหารายได้ได้มากมายจากร้องเพลงอยู่แล้ว แต่เขาก็ตอบรับที่จะเซ็นสัญญากับสโมสรแห่งนี้ เมื่อไรที่พอหาเวลาได้ ไผ่ ก็จะตีรถมาลงสนามช่วย ยโสธร เอฟซี เพื่อดึงดูดให้แฟน ๆ ที่รักและชอบในตัวเขา ให้ได้ไปลุ้น ไปเชียร์ ติดตามสโมสรของเขายามถึงแมตช์เดย์  

ส่วนในแง่ธุรกิจ สปอนเซอร์ที่สนับสนุน ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ก็ยิ่งชอบอกชอบใจ เพราะทุกโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่มีรูป โตโน่ สวมชุดซ้อม-ชุดแข่งของสโมสร จะแปะตราสินค้าของผู้สนับสนุนทั้งหลายไว้ นั่นเท่ากับว่าเป็นการได้โปรโมตประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านเซเลบริตี้คนดังไปในตัว แล้วจะทำให้มีคนติดตามและมองเห็นแบรนด์นั้น ๆ เป็นจำนวนมาก 

ไม่มีใครรู้ว่าในสัญญา 6 เดือนที่ โตโน่ เซ็นไว้กับ ราชบุรี เขาจะได้รับโอกาสลงสนามหรือไม่? แต่ที่แน่ ๆ สัญญาณหนึ่งที่พอบ่งชี้ได้ว่าอิทธิพลนอกสนามของ โตโน่ จะช่วยให้สโมสรราชบุรี เดินหน้าเกมการตลาดไปสู่ฐานคนติดตามใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นแน่ ๆ ก็คือปรากฏการณ์จากวิดีโอเปิดตัว

เพจอย่างเป็นทางการของทีมราชันมังกร ลงคลิปเปิดตัว โตโน่ ภาคิน ในเวลาไล่เรี่ยกับที่เจ้าตัวโพสต์ลง Instagram ส่วนตัว แต่ปรากฏว่ายอดเข้าชมคลิปใน IG ของ โตโน่ นั้นทะลุหลักแสนวิวภายในระยะเวลาแค่ 1 วัน 

ส่วนคลิปเดียวกันที่เอามาลงในแฟนเพจอย่างเป็นทางการของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี มีคนเข้ามาดูแค่ 2.6 หมื่นวิวเท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2021) 

ไม่ต้องแปลกใจเลยหากหลังจากวันนี้ ข่าวสารของ โตโน่ และทีมราชบุรี จะถูกสื่อฟุตบอลและสำนักข่าวบันเทิง หยิบจับไปเล่นและนำเสนอ จนกว่าจะหมดสัญญาค้าแข้งระยะสั้นในครั้งนี้ 

ต่อให้คนที่ชื่นชอบฟุตบอล จะมองว่านี่เป็นวิธีการที่แสนโบราณและสุดเชย แต่หากมองในมิติอื่นที่นอกเหนือจากแค่เรื่องในสนาม กลยุทธ์นี้ก็ยังคงได้ผลอยู่ในเมืองไทย เพราะคนภายนอกที่ไม่ได้ติดตามดูฟุตบอล ก็คงไม่ได้เห็นข่าวหรือสนใจทีมราชบุรี มิตรผล เอฟซี มากเท่านี้ หากปราศจากดีลดารา “โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ 

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on reddit
Reddit