ไอต้าวอ้วง : ทำไมการกินดุ-ลดด่วนช่วงพักร้อนจึงไม่น่ารักสำหรับนักบอล ?


ไอต้าวอ้วง : ทำไมการกินดุ-ลดด่วนช่วงพักร้อนจึงไม่น่ารักสำหรับนักบอล ?

เกมอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล 2021-22 ของ อาร์เซน่อล ที่พบกับ ฮิเบอร์เนียน นอกจากจะมีเรื่องของผลการแข่งขันที่ผิดคาด เพราะไอ้ปืนใหญ่เป็นฝ่ายแพ้ไป 1-2 แล้ว แฟนบอลของพวกเขายังได้เห็นถึงรูปร่างที่เปลี่ยนไปของ วิลเลี่ยน ปีกเอวบางร่างพริ้วชาวบราซิลเลียน ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะพริ้วไม่ออกเสียแล้ว

วิลเลี่ยน ตอนนี้เริ่มพุงออกและมีโหงวเฮ้งเสี่ยจนแฟนบอลแห่แซวกันเต็มโลกโซเชียล … ซึ่งจะว่าไป ไม่ใช่เขาคนแรกหรอกที่ปล่อยตัวเองให้อ้วนฉุในช่วงซัมเมอร์แบบนี้  

นักเตะหลายคนกินสุดเหวี่ยง และกลับมาลดน้ำหนักก่อนฤดูกาลจะเริ่ม จนรูปร่างกลับมาดูดีเหมือนเดิม … ทว่านั่นก็แค่ภายนอกเท่านั้น สมรรถภาพของร่างกายพวกเขาจากภายในล่ะ มันยังฟิตปึ๋งปั๋งอยู่หรือ ?   

ติดตามหาคำตอบได้ที่นี่กับ Main Stand 

ซัมเมอร์ต้องสุดเหวี่ยง 

นักฟุตบอลอาชีพ ถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่เด็กผู้ชายทั่วโลกส่วนใหญ่ฝันถึง เพราะนี่คือชีวิตที่เหมือนกับอยู่ในความฝันจริง ๆ มีเงินมากมาย, มีสาวไว้ควง, มีหน้ามีตาในสังคม และแน่นอนคือมีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้ดารา 

นั่นคือสิ่งที่พวกเราต่างก็ได้เห็นมา สะท้อนผ่านไลฟ์สไตล์นักเตะหลาย ๆ คน พวกเขารวยและเฟี้ยวจริง ทว่าไม่มีอาชีพใดที่รับเงินสบาย ๆ โดยไม่ต้องทำอะไรแลกมาหรอก นักฟุตบอลก็เช่นกัน พวกเขาเองก็ต้องเสียสละตนพอสมควร กับการรักษาอาชีพที่มีให้ยั่งยืน 


Photo : www.caughtoffside.com

กินอาหารที่ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ฝึกซ้อมตามโปรแกรมของโค้ช มีวินัยในสนามซ้อม รวมไปถึงการสร้างคุณลักษณะนิสัยและจิตใจให้แข็งแกร่ง เพื่อลงสนามสู้กับทีมคู่แข่งและรับมือกับความกดดันจากแฟนบอลทั่วโลก … สิ่งเหล่านี้ทำให้เวลาส่วนตัวและความสุขนอกสนามของพวกเขาหายไปอย่างไม่ต้องสงสัย 

ยิ่งนักเตะอาชีพ ปี ๆ หนึ่ง ลงแข่งขันกันเกือบ 10 เดือน เรียกได้ว่าวันไหนได้ปล่อยร่างกายให้พักหายใจหายคอยังต้องกระเบียดกระเสียนสุด ๆ ช่วงเวลาดังกล่าวเรียกว่า “ซัมเมอร์” หรือช่วงโปรแกรมว่างให้นักเตะพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย … อย่างไรก็ตาม แม้ชื่อจะฟังดูผ่อนคลาย แต่ช่วงซัมเมอร์นี่แหละคือช่วงเวลาวัดใจของนักเตะหลาย ๆ คนเลยทีเดียว

ที่ต้องบอกว่า “วัดใจ” ก็เพราะว่า มันเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาสามารถปล่อยเกียร์ว่าง ไม่มีใครกดดัน ไม่มีแฟนบอลคอยจับตา (เหมือนกับตอนแข่งขัน) มันเป็นช่วงเวลาที่นักเตะได้ออกห่างจากสนามหญ้าสีเขียวที่พวกเขาอยู่กับมันมาแทบทั้งชีวิต เพื่อไปปล่อยตัวปล่อยใจตามเมืองร้อนหรือเมืองชายหาดในที่ต่าง ๆ 

สายลมเย็น ๆ ครอบครัว, เพื่อนฝูง, สถานที่ท่องเที่ยวครบวงจร, โรงแรมหรู, ปาร์ตี้ขนาดใหญ่ และแน่นอน เงินในกระเป๋าที่พวกเขามีเป็นฟ่อน ๆ นั่นแหละ เมื่อทุกอย่างมาเจอกันภายในช่วงเวลาสั้น ๆ นักกีฬาหลายคนจึงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ พวกเขาแพ้ให้กับช่วงวัดใจ ปล่อยใส่สุดทุกทาง จนรู้ตัวอีกที สภาพสุดฟิตของนักเตะอาชีพก็หายไป หลายคนปล่อยตัวเองให้ลงพุง มีตัวที่หนาขึ้นอย่างชัดเจน  ซึ่งนั่นแหละคือปัญหาของการที่พวกเขาใจแข็งไม่พอ


Photo : twitter.com/DemoOfUK

ปัจจุบันนี้ เรื่องของวินัยและการจัดการตัวเองของนักฟุตบอลในช่วงซัมเมอร์จะมีมากขึ้น พวกเขาสามารถกิน เที่ยว และปาร์ตี้ ได้ตามสมควร แต่เมื่อกลับมาจะต้องอยู่ในขนาดน้ำหนัก, มวลกล้ามเนื้อ และไขมัน เท่ากับที่สโมสรตกลงกันไว้ก่อนจะปล่อยตัวออกไปในวันสุดท้ายของฤดูกาล และหากใครที่กลับมามีสภาพเละหรือเผละเกินกว่าที่สโมสรกำหนด พวกนักเตะก็จะต้องยอมจ่ายค่าปรับ และรับโทษตามที่แต่ละสโมสรตกลงกันไว้…

แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าแค่ปรับเงิน หลายคนก็ดูจะไม่ได้ตื่นกลัวอะไร พวกเขามีเงิน ก็แค่จ่าย และจากนั้นก็เข้าโปรแกรมออกกำลังกายรีดน้ำหนัก และควบคุมอาหารตามที่ทีมโภชนาการและฟิตเนสจัดแจงไว้รอ เท่านี้น้ำหนักของพวกเขาก็จะกลับมาเท่าเดิม รูปร่างกลับมาปกติราวกับซัมเมอร์ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น 

 

ลดไว … สไตล์นักบอล 

มีนักเตะจำนวนไม่น้อยที่กลับมาด้วยสภาพอ้วนเผละอย่างเห็นได้ชัดแม้กระทั่งมองผ่านรูปถ่าย อาทิ อาเต็ม เบน อาร์กฟา ปีกดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสสมัยอยู่กับ นิวคาสเซิล ที่ใช้ช่วงซัมเมอร์ปี 2014 (ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ไปเตะฟุตบอลโลก) พักร้อนที่ชายหาดในไมอามี มีภาพหลุดการดื่มกินเต็มสูบแบบไม่ยั้ง จนกระทั่งเมื่อเขากลับมาเตะพรีซีซั่นให้กับทีมสาลิกาดง สโมสรถึงกับต้องปรับเงิน และเขาก็ถูก อลัน พาร์ดิว กุนซือของทีมในเวลานั้นหมายหัวไว้ และโดนติติงผ่านสื่อว่า เบน อาร์กฟา ไม่รักษาวินัยเลยแม้แต่น้อย เพราะมีน้ำหนักเกินมาถึง 3.5 กิโลกรัม 


Photo : www.chroniclelive.co.uk

เหตุผลหลัก ๆ ไม่ใช่เพราะเที่ยวอย่างเดียว แต่นั่นเพราะว่าเมื่อช่วงพรีซีซั่นมาถึง เจ้าตัวกลับมีอาการเหยาะแยะ ไม่รักษาวินัยจากโปรแกรมที่ทีมโภชนาการและฟิตเนสให้ไว้ สุดท้ายจากนักเตะที่เคยแบกทีมในซีซั่นก่อนอย่าง เบน อาร์กฟา ก็อยู่กับ นิวคาสเซิล ได้อีกไม่นานและถูกปล่อยให้ ฮัลล์ ซิตี้ ยืมตัวไปโดยปริยาย ซึ่งในช่วงที่เล่นให้ ฮัลล์ เขายังมีน้ำหนักเกินมา 1.5 กิโลกรัม แต่เจ้าตัวก็บอกว่า ส่วนที่เกินมามันคือกล้ามเนื้อ…

ความจริงเป็นอย่างไรไม่ต้องเดาให้ยาก เบน อาร์กฟา ถือเป็นแข้งอาร์ตตัวพ่อ มีปัญหากับโค้ชและทีมเก่าของเขามาแล้วหลายหน และสิ่งที่ตอบชัดยิ่งกว่าคือช่วงที่เขาเล่นฤดูกาลสุดท้ายให้กับ นิวคาสเซิล และต่อมาถึงได้ย้ายมาเล่นกับ ฮัลล์ ผลงานของเขามีแต่แย่ลง ๆ จนหมดแววอดีตวอนเดอร์คิดแห่งวงการฟุตบอลฝรั่งเศสไปเลย 

ย้ำอีกครั้ง เบน อาร์กฟา ไม่ผิดที่จะฉลองสุดเหวี่ยงในช่วงเวลาวันหยุดที่มีอันน้อยนิดต่อ 1 รอบปฏิทิน แต่เขาผิดที่เมื่อถึงเวลาต้องลด เขากลับไม่ลดและไม่ใส่ใจคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญอีกต่างหาก ซึ่งถ้าหากเขาเชื่อฟังสักนิดหนึ่ง ปัญหาการฟอร์มตกและโดนตัดหางก็คงไม่เกิดขึ้น 

อีกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ ลุค ชอว์ แบ็คซ้ายของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ใช้เวลาช่วงซัมเมอร์ปี 2018 (ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ไปเตะฟุตบอลโลกเช่นกัน) ไปพักร้อนที่ แคลิฟอร์เนีย, อิบิซา และดูไบ ภาพที่เขาถูกถ่ายในช่วงถอดเสื้อและใส่กางเกงว่ายน้ำ ทำให้เขาถูกแซวกันไปพักใหญ่ เพราะตอนนั้นหน้าท้องของเขายื่นออกมาอย่างชัดเจน แต่หลังจากภาพนั้นถูกเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ลุค ชอว์ ก็โพสต์ภาพใหม่ลงในอินสตาแกรมของเขา เป็นภาพเขาถอดเสื้อและโชว์ให้เห็นซิกแพ็คที่ขึ้นมาเป็นลูก ๆ อย่างน่าเหลือเชื่อ 


Photo : www.chroniclelive.co.uk

ชอว์ สารภาพว่าก่อนจะเข้าสู่ช่วงรายงานตัวกับทีม เขากินดะ ทั้งเครื่องดื่มมีฟองทั้งหลาย ของมัน ของทอด รวมถึงยังพักผ่อนน้อยอีกด้วย ดังนั้นระบบการเผาผลาญจึงรวนหนัก น้ำหนักของเขาจึงพุ่งขึ้นพรวดเดียวหลาย ๆ กิโลกรัม แม้ไม่มีตัวเลขระบุชัดแต่รูปถ่ายก็ยืนยันถึงสรีระที่เปลี่ยนไปของเขาได้อย่างดี ขณะที่การกลับมาของซิกแพ็คสำหรับชอว์นั้น เขาบอกว่ามันมีเคล็ดลับง่าย ๆ เพียงอย่างเดียวคือ “ฟังผู้เชี่ยวชาญ และ ลงมือทำ” 

ในซัมเมอร์นั้น ยูไนเต็ด เริ่มแคมป์อบรมช่วงพรีซีซั่นเพื่อเตรียมความพร้อมที่นครดูไบ ชอว์ เป็นคนแรก ๆ ที่เข้าไปรายงานตัวกับทีม โดยเขารีบเข้าไปหาทีมโค้ชฟิตเนสของ ยูไนเต็ด เพื่อรับตารางการกินอาหารที่ถูกหลักตามที่ทีมวิทยาศาสตร์การกีฬาจัดไว้ให้ และหลังจากเข้าสู่แคมป์ได้ 1 วัน ชอว์ ก็เริ่มออกกำลังกายตามคำแนะนำทันที 


Photo  : www.reddit.com

เขาอธิบายเพิ่มว่า เขาเริ่มจากการตื่นเช้ามืดเพื่อออกไปวิ่ง พักกินอาหารเช้า จากนั้นก็เข้าโรงยิม พักกินอาหารกลางวัน ตามด้วยการวิ่งบนชายหาดในช่วงเย็น และปิดจ็อบด้วยการบริการเกี่ยวกับแกนกลางของลำตัว เขาทำแบบนี้ทุกวันเป็นระยะเวลา 2 อาทิตย์ นั่นจึงทำให้ไขมันที่ใช้เวลากินและสมสมมาเกือบ ๆ 1 เดือนที่ผ่านมาโดนเบิร์นออกไปจนหมด

ชอว์ คือตัวอย่างของนักเตะที่เวลาเที่ยวก็เที่ยวสุด เวลากลับมาทำงานก็ขยันขันแข็งแบบสุด ๆ ซึ่งเราก็ได้เห็นว่าโลกของวิทยาศาสตร์การกีฬา การโภชนาการ และการออกกำลังกายในยุคนี้นั้นมีพัฒนาการในแบบที่ก้าวกระโดดอย่างมาก มีวิธีลดน้ำหนักใหม่ ๆ ออกมาให้เราได้เห็นมากมาย แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งสำคัญที่สุดคือ “คนลงมือทำ” เพราะหากไม่ตั้งใจจริง ต่อให้โปรแกรมจะคำนวณน้ำหนัก ส่วนสูง หรือไขมันมาเป๊ะขนาดไหนก็คงไม่ได้ผลอยู่ดี

ในรายของนักเตะอาชีพ พวกเขาทุกคนต่างรู้ดีว่าชีวิตนักเตะมันสั้นนัก แม้ตอนนี้จะมีรายรับเข้ามาไม่ขาด แต่หากไม่ดูแลรักษาตัวเองดี ๆ เงินทองและสิ่งต่าง ๆ ที่ได้มาง่าย มันก็หายไปได้ง่าย ๆ เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่เรามักจะเห็นบ่อย ๆ ผ่านโซเชียลมีเดียของพวกเขาในช่วงซัมเมอร์หรือพักร้อนนั้น มักจะเป็นภาพถ่ายบนลู่วิ่ง การออกกำลังกาย หรือการซ้อมในสนามอย่างแข็งขัน เพราะนั่นคือการแสดงออกของพวกเขาให้แฟน ๆ เห็นว่า “งานของพวกเขาสำหรับซีซั่นใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว” นั่นเอง

จะดีกว่าไหมถ้าดูแลตัวเองตลอด

การลดน้ำหนักแบบที่หลายคนเข้าใจ คือการรับแคลอรี่ให้น้อยกว่าพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน ทว่าโลกของนักฟุตบอลอาชีพนั้น มันค่อนข้างจะซับซ้อนยิ่งกว่าคนทั่วไปพอสมควร 

เพราะพวกเขาคือกลุ่มคนประเภทที่ต้องใช้ร่างกายหาเงินและสร้างชื่อเสียง ดังนั้นการปล่อยให้ตัวเองมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือไม่ควบคุมการกินต่าง ๆ ที่สุดเหวี่ยงเกินไป ไม่ว่าอย่างไรก็ส่งผลเสียอยู่ดี ต่อให้วันนั้นจะเป็นวันหยุดที่ 1 ปีมีแค่ไม่กี่วันของพวกเขา แต่อย่าลืมว่าร่างกายของคนเรานั้นเถรตรงอย่างที่สุด ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันชีทเดย์ กินเท่าไหร่ได้เท่านั้น … ไม่ว่าจะลดออกได้ภายในเวลาที่เร็วขนาดไหน แต่การกินตามใจปากและน้ำหนักเกินก็ส่งผลต่อนักฟุตบอลในระยะยาวอย่างแน่นอน 


Photo : cyprus-mail.com

“You are what you eat” กินแบบไหนได้แบบนั้น และทุกอย่างล้วนแต่มีข้อดีข้อเสียอยู่ในตัวของมันเอง … เหล้า เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้พวกเขาสนุกและใช้วันหยุดอย่างคุ้มค่า แต่เมื่อมันเข้าไปในร่างกาย มันส่งผลต่อประสิทธิภาพในการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาอย่างชัดเจน 

ศาสตราจารย์เดวิด คาเมรอน-สมิธ จากมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ได้ศึกษาผลกระทบของแอลกอฮอล์ในกระบวนการทางชีวภาพต่อการออกกำลังกายและแข่งขันกีฬา และการศึกษาของเขาก็พบว่าแอลกอฮอล์มีผลทำให้เกิดอาการบาดเจ็บง่ายขึ้น และที่สำคัญคือ มันทำให้ร่างกายนั้นมีความอึดน้อยลง เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลให้ร่างกายผลิตสารไกลโคเจน ที่เป็นเป็นแหล่งพลังงานที่ทำให้ร่างกายมีความอึดได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดอีกด้วย 

ขณะที่การกินตามใจปาก โดยเฉพาะในส่วนของอาหารที่แคลอรี่สูง อาทิ ไอศกรีม เค้ก หรือของหวานต่าง ๆ จะเป็นการเพิ่มสารฟอสฟอรัส ที่มีฤทธิ์ทำลายธาตุเหล็กในร่างกาย ซึ่งธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อนักกีฬาเป็นอย่างมาก เพราะเป็นตัวการที่ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ถ้าธาตุเหล็กน้อย ก็แสดงว่าร่างกายและกล้ามเนื้อจะทำงานได้ด้อยประสิทธิภาพลงอย่างแน่นอน นอกจากนี้ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น อาจจะทำให้พวกเขาได้รับการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายง่ายขึ้นด้วย 

ทุกอย่างที่เป็นอาหารขยะ หรือของที่ไร้คุณค่าทางโภชนาการที่เหล่านักเตะดังกินเข้าไปแบบไม่บันยะบันยังในช่วงซัมเมอร์ ทำให้พวกเขาต้องออกแรงมากกว่าปกติ และร่างกายจะมีประสิทธิภาพน้อยลงกว่าที่เคย เพราะไขมันทรานส์จากอาหารขยะนั้นทำให้พวกเขาลดน้ำหนักได้ยากขึ้นกว่าการกำจัดไขมันปกติ 

งานวิจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาในข้างต้นเห็นได้ชัดเลยว่าการกินแบบเบรกแตก แม้จะลดได้ภายในเวลาอันรวดเร็วสำหรับนักกีฬาอาชีพ แต่สิ่งที่ติดมากับการกินในช่วงวันพักร้อนจะอยู่กับพวกเขาไปอีกนาน 


Photo : Junentus | www.besoccer.com 

คุณจะเปรียบเทียบได้เลยว่า นักเตะที่ปล่อยตัวอ้วนฉุในช่วงซัมเมอร์ จะใช้เวลาในการเรียกความฟิตกลับมาสู่โหมดนักเตะอาชีพนานกว่าปกติ และบางคนพอปล่อยตัวไปหลาย ๆ ซัมเมอร์เข้า วันหนึ่งพวกเขาก็หายไปจากจุดพีคเสียดื้อ ๆ 

กอนซาโล่ อิกวาอิน อยู่ ๆ ก็ย้ายไปเล่นในสหรัฐอเมริกาทั้ง ๆ ที่อายุไม่มากนัก, เอเด็น อาซาร์ ในสีเสื้อ เรอัล มาดริด ไม่ได้เก่งกาจเหมือนสมัยตอนอยู่กับ เชลซี หรือแม้กระทั่ง ลุค ชอว์ เองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ มาตลอด กว่าที่จะท็อปฟอร์มเหมือนในยูโร 2020 ก็ต้องใช้เวลาอยู่ถึง 2-3 ปีเลยทีเดียว 

ภาพสะท้อนมันชัดมาก เมื่อคุณหันไปดูนักเตะที่ดูแลตัวเองดีระดับพรีเมี่ยมอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่แม้ปัจจุบันอายุจะ 36 ปีแล้ว แต่เราแทบไม่เคยเห็นร่างกายของเขามีไขมันมากกว่ากล้ามเนื้อเลย เขายังดูแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งร่างกายของเขาก็ยืนยันความสำเร็จของการสละตนด้วยฟอร์มในสนามที่ไม่มีตกหล่นแม้แต่น้อยหากเทียบกับนักเตะรุ่นราวคราวเดียวกัน 


Photo : twitter.com/alextruica

พฤติกรรมการบริโภคอาหารในช่วงนอกฤดูกาลนั้นมีความสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ มันเหมือนกับเครื่องยนต์ที่เติมน้ำมันเบนซิน 95 มาตลอด และทำงานได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อยู่มาวันหนึ่งคุณกลับเลือกเติมน้ำมันเบนซินที่ผสมเอทานอลอย่าง E20 หรือ E85 ที่แม้รถของคุณจะยังวิ่งได้เหมือนเดิม ทว่าเครื่องยนต์ภายในก็ต้องทำงานหนักกว่าเดิม และมีโอกาสสึกหรอมากกว่าการเติมน้ำมันคุณภาพสูงเพียว ๆ นั่นเอง 

สำหรับฟุตบอลอาชีพนั้น การจะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะนั้นมีเพียงเส้นกั้นบาง ๆ กั้นอยู่ บางครั้งการมีความฟิตของร่างกายที่เป็นรองคู่แข่งเพียงนิดเดียวก็อาจจะทำให้คุณกลายเป็นผู้แพ้ได้ง่าย ๆ … ดังนั้นหากฟุตบอลคืออาชีพของพวกเขา พวกเขาควรจะต้องเสียสละตัวเองให้ได้มากที่สุด พักได้ ปาร์ตี้ได้ แต่ต้องอยู่ในเกณฑ์ต่าง ๆ ที่สโมสรได้ตั้งไว้ให้ เพราะพวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่า การปล่อยคันเร่งออกเพียงครั้งเดียว อาจจะทำให้พวกเขาได้เจอกับนักเตะดาวรุ่งที่เป็นคลื่นลูกใหม่ซัดจนตกขบวน … รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นตัวสำรองและเสียโอกาสที่พยายามไขว่คว้ามาทั้งชีวิตก็เป็นได้ 



Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on reddit
Reddit